...

April 14, 2007

เรื่องของนกไม่มีเสียง


สงกรานต์ปีนี้
ได้หนังสือให้ตัวเองมาหนึ่งเล่ม
เรื่องภาษาไทยคือ
"เรื่องของนกไม่มีเสียง"
และมีชื่อภาษาอังกฤษตัวเล็กๆ
พ่วงอยู่ท้ายชื่อภาษาไทยว่า
"a story of a lonely bird who is falling for the moon"






บางครั้ง การอ่านหนังสือซักเล่ม
ในวันที่
เวลาไม่มีความหมายต่อการดำรงอยู่
ก็ทำให้สุขใจดีเหมือนกันนะ






.......

.......






บทนำ



-1-


เป็นความจริงที่ว่า
เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว
นกได้วิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้
ในสมัยแรก
นกทำได้เพียงร่อนจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง
ต่อมาสามารถบินได้ด้วยการกระพือปีก
จนในที่สุด
จึงได้วิวัฒนาการเป็นนกนานาชนิดขึ้นมา





-2-


เป็นความจริงที่ว่า
นกเป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนปกคลุมอยู่ทั่วตัว
แต่เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ มันบินได้
แต่ไม่ใช่นกทุกตัวที่บินได้
และไม่ใช่สัตว์ที่มีปีกทุกชนิดจะเรียกว่า นก
สิ่งเดียวที่นกมี แต่สัตว์อื่นไม่มีคือ ขนนก
ฉะนั้น ถ้าเห็นสัตว์ที่มีขนนกอยู่บนตัว
ก็แน่ใจได้เลยว่า มันคือนก





-3-


เป็นความจริงที่ว่า
นกในโลกมีอยู่ประมาณ 8,600 ชนิด
อาศัยอยู่ทั่วไป ทุกหนทุกแห่ง
เฉพาะในเมืองไทยเราก็มีประมาณ 830 ชนิด
บางชนิดเราไม่เคยพบเห็นเลย
และอีกหลายๆ ชนิด กำลังจะสูญพันธุ์





-4-


เป็นความจริงที่ว่า
นกเรียนรู้สิ่งที่มันต้องทำในชีวิตจากสัญชาตญาณ
เช่น การหาอาหาร การบิน การหาคู่
การเลี้ยงลูก และการอพยพย้ายถิ่น
สัญชาตญาณเป็นแนวทางที่ทำให้นกแต่ละพันธุ์มีวิธีการสร้าง
รังในแบบของมันเอง
นอกจากนี้ นกยังเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
หรือเรียนรู้โดยการเลียนแบบจากนกตัวอื่นๆ ได้ด้วย





-5-


เป็นความจริงที่ว่า
นกจะมีบริเวณเฉพาะที่เรียกว่า 'อาณาเขต'
ไว้ใช้ในฤดูผสมพันธุ์เป็นการเฉพาะ
มันจะป้องกันรังจากศัตรู
และคอยไล่นกตัวอื่นที่จะเข้ามาหาอาหารในเขตของมัน
นกตัวผู้จะหาวิธีการอวดตัวให้โดดเด่น
เพื่อดึงดูดนกตัวเมียให้เลือกมันในฤดูผสมพันธุ์
เมื่อเลือกคู่ได้แล้ว นกตัวผู้จะปีนขึ้นไปบนหลังของตัวเมีย
เพื่อปล่อยน้ำเชื้อที่มีสเปิร์ม ผ่านช่องเปิดของตัวเมีย
เข้าไปผสมกับไข่ในท้อง
จนเพาะเป็นตัวอ่อนของลูกนก





-6-


เป็นความจริงที่ว่า
นกบินได้ด้วยการกระพือปีก
เวลากระพือปีกลง ปีกนกจะกดลง และดันไปข้างหลัง
เพื่อผลักตัวนกให้บินสูงขึ้น และไปข้างหน้า
เวลากระพือปีกขึ้น ปีกทั้งสองจะโค้งเล็กน้อย
ขนปีกแยกจากกัน ทำให้อากาศผ่านได้
ซึ่งช่วยไม่ให้ตัวนกถูกดันลดระดับลงมา
หางนกช่วยโบกให้บินไปตามทิศทางที่ต้องการ
ในการบินนั้น นกต้องใช้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก
และการที่นกบินได้ง่าย ก็เพราะมีกระดูกกลวง น้ำหนักเบา
และมีหัวใจที่แข็งแรง










..................
..................




Once upon a time,
There was a little bird,
living happily in a tree.

When hungry, he was fed full.
When tired, he could rest and sleep.
Everyday, he enjoyed strolling flights with friends.

Every bird kept words of the wise old bird in minds,
"The number of your flapping how far you can go,
and how capable you are of bringing yourself home."

Some birds took too much pleasure
and had to make abrupt return.

At a point of time,
When The bird grew up,
he became lonely.

Some birds came on to him.
Oddly enough, loneliness still remained.

"Feeling isn't real."
said the wise old bird
"We just create it ourselves."

The bird believed those words
for no one was wiser than
the wise old bird.

Other birds started gossiping.

Some thought he lost his mind.
Some thought he tried to draw attention.
Some thought he became ill.

Yet, some disagreed with others
and tried to make conversation.

He tried to talk.
But suddenly, his voice was just gone.

Some acted like high court
and said, "How arrogant he is!"

Some even played higher court
and said
"He's guilty!"

But no punishment was ever made.

One day, the bird went flying solo. While passing a tower
he heard people from below talking
of a girl who let her long hair down to the ground
so her beloved could climb it up.

He flew past a village
and heard people from below talking
about a girl isolating herself in a room
weaving cloth for her beloved in repaying for his rescuing her
Even worse, they said she was a crane
tranformed herself into a women.

He flew over the sea, hearing boat people talking
about a little mermaid who traded her voice
for a pair of legs, to be with her beloved
just for a brief moment
only to turn at last into sea foam.

He flew
with the stories heard
echoing in his head.

He pondered hard
and decided
on suicide.

What was that?!

Since then, day became meaningless.


But


The bird grew curious.
How was a portion of The Moon vanishing

May the night without The Moon never come?

He thought about the stories heard.


But


The same old feelings from the other night returned.

But
Strangely enough,
happiness of a full moon night
failed to replace the sadness
arising in the night of moonless sky.

"We create it ourselves." The bird tried to think.

The storied heard were still echoing in his head.

Not a soul even noticed that one bird was gone.

There had to be somewhere out there,
where the full moon always shined.

Before long,
he rushed hopefully towards the place.

Why dose searching for something
must trade with some feelings?

There must be somewhere.
Or there be nowhere
the full moon always shines.

Unless
There be some feelings
perhaps mean everything.

Finally
he made his mind.

No more wise old bird's teaching.
No more stories in his head.



Not long after,
there came 'a story of a lonely bird who is falling for The Moon.'
But no one knew how the story would end.
Some said he died.
Some said he survived.
Some said he actually reached The Moon.
Others said he found a companion
heading the same direction.

Who would really know?

-----------------------------------------------------------------------------------------------
บันทึกถึงผู้อ่าน :

หนังสือเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทนิยายภาพสองภาษา เพื่อการเสพอย่างได้อรรถรส กรุณาอุดหนุนศิลปินผู้สร้างสรรค์ และพึงระลึกอยู่เสมอว่านักเขียนและนักวาดภาพประกอบไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หากได้รับเพียงแค่คำชมจากผู้อ่าน

Labels:

February 05, 2007

The Right to Read by Richard Stallman


เฮียอารมณ์ดี
เจอบทความถูกใจเข้า
เลยเอามาแปลให้ได้อ่านกัน
แปลดีมั่ง ไม่ดีมั่งก็ว่ากันไป ~
เอาน่า เอาความอยากแบ่งปันเรื่องที่อ่านเป็นที่ตั้ง :)
.
.
.
.
- The Right to Read -

บทความตีพิมพ์ใน Communications of the ACM ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 1997 (Volume 40 , Mumber 2)

(จาก “The Road To Tycho” รวมบทความ ที่มาของการปฏิวัติลูนาเรียน , ตีพิมพ์ในนครลูนา ปี 2096)

หนทางสู่ไทโคของแดน ฮัลเบิร์ต เริ่มต้นขึ้นในมหาวิทยาลัย เมื่อลิสซ่า เลนส์ เอ่ยปากขอยืมคอมพิวเตอร์ไปใช้ คอมพิวเตอร์ของเธอเสีย และหากหายืมไม่ได้เธอจะต้องสอบตกโครงงานกลางภาค ลิสซ่าไม่กล้าเอ่ยปากยืมใครนอกจากแดน

แดนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขาจำต้องช่วยเธอ แต่หากให้ลิสซ่ายืมคอมพิวเตอร์ไป เธออาจจะอ่านหนังสือของเขาก็ได้ การให้ผู้อื่นอ่านหนังสือของเรานอกจากอาจทำให้ติดคุกหลายปีแล้ว แม้แต่การคิดถึงเรื่องแบบนี้ยังทำให้เขาเกิดอาการอกสั่นขวัญหายได้อีกด้วย แดนได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่ประถมเหมือนเด็กคนอื่นๆว่า การแบ่งปันหนังสือเป็นการกระทำที่สกปรกน่าสะอิดสะเอียนและเป็นสิ่งที่ผิด มีแต่โจรเท่านั้นที่จะกระทำแบบนี้

นอกจากนี้แล้วก็ยังเป็นการยากที่ นพซ. หรือ หน่วยพิทักษ์ซอฟต์แวร์ จะพลาดในการจับกุมตัวเขา ในวิชาซอฟต์แวร์แดนเรียนรู้ว่าหนังสือแต่ละเล่มได้รับการเฝ้าระวังลิขสิทธิ์จากหน่วยอนุญาตปฏิบัติการส่วนกลาง ซึ่งจะคอยรายงานว่าหนังสือถูกอ่านเมื่อใด ที่ไหน และใครเป็นผู้อ่าน (ทางหน่วยงานจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อจับกุมกรณีมีการลักลอบอ่าน และยังขายข้อมูลส่วนนี้ให้กับบริษัทห้างร้านต่างๆอีกด้วย) ในคราวหน้าเมื่อคอมพิวเตอร์ของเขาถูกเชื่อมเข้ากับระบบ หน่วยอนุญาตปฏิบัติการส่วนกลางจะต้องรู้ และเขาในฐานะที่เป็นเจ้าของคงจะได้รับโทษอย่างสูงสุด เนื่องด้วยเหตุที่ไม่พยายามป้องกันการเกิดอาชญากรรมนี้

จริงอยู่ว่าลิสซ่าอาจไม่ได้มีเจตนาจะอ่านหนังสือของเขา เธออาจเพียงต้องการใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบกลางภาคเท่านั้น แต่เขารู้ดีว่าลิสซ่ามาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่มีเงินพอสำหรับการเรียนพิเศษ และแทบไม่ต้องพูดถึงค่าธรรมเนียมการอ่านที่จะต้องเสีย การอ่านหนังสือของเขาจึงอาจเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้เธอจบเรียนจบได้ แดนเข้าใจสถานการณ์นี้ดี เพราะตัวเขาเองต้องกู้เงินมาจ่ายค่างานวิจัยทั้งหมดที่อ่าน (ร้อยละสิบของค่าธรรมเนียมการอ่านจะถูกจ่ายให้กับเจ้าของงานวิจัย แดนตั้งใจจะประกอบอาชีพทางวิชาการและเขาก็หวังว่าหากมีการอ้างอิงถึงงานวิจัยของเขามากๆ ก็จะช่วยให้เขามีเงินพอที่จะนำไปจ่ายคืนหนี้ที่กู้ยืมมาได้)

ภายหลัง แดนได้รู้ว่ามีช่วงเวลาสมัยหนึ่งที่ใครๆ ก็สามารถไปยังห้องสมุดและอ่านวารสาร รายงานวิจัย บทความ และหนังสือต่างๆได้โดยไม่ต้องเสียแม้สตางค์แดงเดียว นักศึกษาสามารถอ่านงานเป็นพันๆหน้าได้โดยไม่ต้องได้รับเงินอุดหนุนการอ่านจากรัฐบาลเลย แต่แล้วในช่วงทศวรรษ 1990 ผู้ตีพิมพ์รายงานการวิจัยทั้งแบบแสวงหาและไม่แสวงหากำไรต่างเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการอ่าน และเมื่อถึงปี 2047 ห้องสมุดที่อนุญาตให้ผู้อ่านสามารถอ่านได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมก็กลายเป็นเพียงความทรงจำอันเลือนลาง

จริงอยู่ว่ายังมีหนทางที่จะรอดพ้นสายตาของ นพซ. และหน่วยอนุญาตปฏิบัติการส่วนกลาง แต่นั่นก็ล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แดนมีเพื่อนที่ร่วมลงเรียนวิชาซอฟต์แวร์ด้วยกันคนหนึ่งชื่อ แฟรงค์ มาร์ตูซซี่ ซึ่งมีโปรแกรมชุดคำสั่งตรวจแก้จุดบกพร่องเถื่อนไว้ในครอบครอง แฟงค์เคยใช้โปรแกรมนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ข้ามขั้นตอนการเฝ้าระวังลิขสิทธิ์เมื่อเขาอ่านหนังสือ แต่แฟงค์ปากโป้งบอกให้เพื่อนรู้มากเกินไป เพื่อรางวัลนำจับหนึ่งในนั้นจึงได้แจ้งให้ นพซ. ทราบเรื่อง (นักศึกษาผู้มีหนี้สินล้นพ้นย่อมถูกล่อใจให้ทรยศต่อพวกเดียวกันได้ง่ายๆ) ในปี 2047 แฟงค์จึงต้องติดคุก มิใช่ด้วยข้อหาลักลอบอ่าน แต่ด้วยข้อหามีโปรแกรมชุดคำสั่งตรวจแก้จุดบกพร่องไว้ในครอบครอง

ต่อมา แดนได้รู้ว่ายังมียุคสมัยหนี่งที่ใครๆ ก็สามารถมีโปรแกรมชุดคำสั่งตรวจแก้จุดบกพร่องได้ มีแม้กระทั่งซีดีโปรแกรมฟรี หรือจะดาวโหลดเอาทางเน็ตก็ยังได้ แต่แล้วผู้ใช้ทั่วไปต่างก็ใช้โปรแกรมเหล่านี้เพื่อข้ามขั้นตอนการเฝ้าระวังลิขสิทธิ์ ในที่สุด ตุลาการจึงได้ตัดสินว่าการใช้งานโดยมุ่งหมายเพื่อข้ามขั้นตอนการเฝ้าระวังลิขสิทธิ์ได้กลายเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการใช้โปรแกรม ซึ่งนั้นหมายให้ตัวโปรแกรมกลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผู้พัฒนาโปรแกรมนี้จึงถูกส่งเข้าตะราง

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเมอร์ยังคงจำเป็นต้องใช้โปรแกรมนี้ต่อไป ในปี 2047 ผู้จำหน่ายโปรแกรมนี้เริ่มจำหน่ายเฉพาะโปรแกรมที่ติดรหัสหมายเลขสินค้าให้กับโปรแกรมเมอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการและมีพันธกรรมเเท่านั้น โปรแกรมชุดคำสั่งตรวจแก้จุดบกพร่องที่แดนเคยใช้ในวิชาซอฟต์แวร์นั้นถูกสงวนไว้ภายใต้ไฟร์วอลล์พิเศษ และจะถูกนำมาใช้เฉพาะในการทำการบ้านวิชานั้นเท่านั้น

เป็นไปได้เหมือนกันที่จะหลีกเลี่ยงการเฝ้าระวังลิขสิทธิ์ ด้วยการติดตั้งเดอเนลของระบบซึ่งได้รับการดัดแปลงลงไปในเครื่อง แดนรู้ว่าเคยมีเคอร์เนลฟรี มีแม้กระทั่งระบบปฏิบัติการให้ใช้ฟรีในช่วงรอยต่อของศตวรรษ แต่ตอนนี้ของพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และต่อให้มีไว้ในครอบครองก็ไม่อาจติดตั้งลงไปได้หากไม่รู้พาสเวิร์ดรูทของคอมพิวเตอร์ที่ต้องการติดตั้ง และแน่นอนว่าทั้งเอฟบีไอและแผนกบริการของไมโครซอฟต์จะไม่มีทางบอกพาสเวิร์ดเหล่านั้นให้เราทราบเป็นอันขาด

แดนตกลงใจว่าเขาจะไม่ให้ลิสซ่ายืมคอมพิวเตอร์ไปใช้ แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพราะว่าเขารักเธอ ทุกคราที่ได้พูดคุยกับเธอทำให้เขาสุขใจยิ่ง และตอนนี้เธอเลือกขอความช่วยเหลือจากเขา นั่นอาจหมายความว่า เธอเองก็รักเขาเช่นกัน

แดนตัดสินใจกระทำบางสิ่งอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาให้ลิสซ่ายืมคอมพิวเตอร์ไปใช้โดยบอกพาสเวิร์ดของเขาให้เธอทราบ ด้วยวิธีนี้ ถึงแม้ว่าลิสซ่าจะอ่านหนังสือของเขา แต่หน่วยอนุญาตปฏิบัติการส่วนกลางย่อมคิดว่าเป็นตัวเขาเองที่อ่านหนังสือเหล่านั้น นี่ยังคงเป็นอาชญากรรมแต่ นพซ.จะไม่มีทางรู้เรื่องเหล่านี้ได้เลย นอกเสียจากลิสซ่าจะเป็นผู้รายงานความผิดเหล่านี้เสียเอง

หากทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบพบว่าเขาบอกพาสเวิร์ดของตัวเองให้ลิสซ่ารู้ นั่นจะเป็นการปิดฉากชีวิตนักศึกษาของพวกเขาทั้งสองลง ไม่ว่าลิสซ่าจะนำพาสเวิร์ดนั้นไปใช้เพื่อการใดก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายว่าการแทรงแซงควบคุมการใช้คอมพิวเตอร์ของนักศึกษาไม่ว่าด้วยทางใดย่อมเป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทางวินัยได้โดยไม่จำเป็นว่าการกระทำนั้นได้ก่อให้เกิดเหตุร้ายแรงแล้วหรือไม่ เพราะการกระทำผิดนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเราได้ยากขึ้นทำให้สามารถอ้างได้ว่าเราได้กระทำสิ่งต้องห้ามโดยเจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องทราบว่าสิ่งนั้นคืออะไร

โดยปกตินักศึกษามักจะไม่ถูกไล่ออกเพราะเหตุนี้ กล่าวคือพวกเขาจะไม่ถูกไล่ออกตรงๆ แต่พวกเขาก็จะถูกปฏิเสธจากระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งนั่นจะทำให้สอบตกหมดทุกวิชาในที่สุด
ต่อมา แดนได้รู้ว่านโยบายที่ว่านี้เพิ่งถูกบรรญัติขึ้นในทศวรรษที่ 1980 เมื่อครั้งที่นักศึกษาจำนวนมากเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านั้นทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่ต่างออกไป นั่นคือ จะลงโทษก็ต่อเมื่อมีการกระทำผิดร้ายแรงเกิดขึ้นเท่านั้น หาได้รวมลงโทษการกระทำที่ต้องสงสัยไม่

ลิสซ่าไม่ได้รายงานเรื่องของแดนให้ นพซ. รู้ การตัดสินใจของเขาในครั้งนั้นนำไปสู่การตกลงใจแต่งงานกันในที่สุด และยังก่อให้เกิดคำถามต่อสิ่งที่พวกเขาได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่เริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ลิขสิทธิ์ สหภาพโซเวียตและข้อจำกัดทางลิขสิทธิ์ รวมทั้งต้นฉบับรัฐธรรมนูญของสหรัฐ ต่อมาพวกเขาได้ย้ายถิ่นฐานไปยังนครลูนา และได้รู้จักกับคนอื่นๆที่ต้องการหลีกหนีให้พ้นจากเงื้อมือของ นพซ. และเมื่อขบวนการไทโคได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2062 สิทธิ์สากลในการอ่านก็กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของขบวนการนี้.


Copyright 1996 Richard Stallman Verbatim copying and distribution of this entire article is permitted in any medium without royalty provided this notice is preserved.

อ่านภาคภาษาอังกฤษได้ที่นี่
Author's Note
References
Other Texts to Read


สวัสดี

Labels: